สูตรและวิธีทำยำปลาทู อาหารยอดฮิต เมนูปลาสุดแซ่บใครกินก็ติดใจ

อยากกินเมนูยำปลาทูสุดแซ่บ ลองมาดูสูตรที่เรารวมมาฝากกันได้ ขั้นตอนการทำมีไม่กี่อย่าง ทำกินได้ง่าย เรียกว่าใครกินก็อร่อยทั้งนั้น ส่วนมากเวลาซื้อตามร้านเราจะพบว่าแม่ค้าทำรสชาติได้อร่อยมาก เราก็เลยไปหาสูตรแบบฉบับร้านดังมา รับรองว่าทำง่าย แถมยังสะดวกกว่าเดิม ไม่ต้องแวะตลาดหรือต่อคิวนาน ๆ อีกต่อไป ถ้าพร้อมที่จะเริ่มต้นทำเมนูยำปลาทูกันแล้ว ลองตามไปดูเลยดีกว่าว่าจะมีวัตถุดิบและวิธีทำอย่างไรบ้างเผื่อใครอยากจะฝึกสกิลทำอาหารก็มาทำเมนูนี้กันได้ 

simple food menu1

รวมสูตรและวิธีทำยำปลาทู รสชาติถูกปากชาวไทยทุกคน 

อยากลองทำเมนูยำปลาทูกินเองกันไหม? ใครที่อยากลงมือทำเมนูอาหารคาวเพื่อสุขภาพ สามารถมาดูสูตรอาหารหรือวิธีการทำอาหารที่เรานำมาฝากไปทำตามกันได้ รับรองว่ารสชาติจะถูกปากคนไทย มีทั้งความเผ็ด เปรี้ยว วัตถุดิบที่ใช้ทำก็ไม่ยุ่งยาก ยิ่งถ้าคนที่อยากลดน้ำหนักกินเมนูที่ทำจากปลาทูจะชอบแน่นอน สำหรับวิธีทำอาหารเมนูนี้ก็ไม่ยาก หากพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลยว่าต้องเตรียมวัตถุดิบอะไรบ้างและมีวิธีการทำอย่างไร

วัตถุดิบ 

  • ปลาทู 2 ตัว 
  • หอมแดงซอย 4 หัว 
  • ตะไคร้ซอย 3 ต้น
  • หญ้าหวาน 1 ช้อนชา
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนู 4 เม็ด 
  • ต้นหอม 2 ต้น 
  • ผักชี 1 ต้น 
  • ใบสะระแหน่ 
  • แตงกวา 

วิธีทำ 

  1. ขั้นตอนแรกให้เริ่มจากการเตรียมปลาทูให้เรียบร้อย โดยทำความสะอาดก่อนที่จะนำไปย่างไฟอ่อน ๆ เพื่อให้ปลาทูส่งกลิ่นหอม หลังจากนั้นให้ทำการแกะเนื้อปลาทูออกมา ระวังอย่าให้เนื้อเละจนเกินไป 
  2. นำชามใบใหญ่สำหรับคลุกวัตถุดิบมาเตรียมเอาไว้ ใส่เนื้อปลาทูที่แกะแล้วลงไป ตามด้วยการใส่ตะไคร้ซอส หอมแดงซอย พริกขี้หนู ผักชี และต้นหอม จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา, หญ้าหวาน และน้ำมะนาว คลุกเคล้าส่วนผสมต่าง ๆ ให้เข้ากัน
  3. เตรียมจานให้พร้อม แล้วตักยำปลาทูที่ปรุงรสเอาไว้ลงไป จากนั้นให้ตกแต่งจานด้วยใบสะระแหน่กับแตงกว่า เพียงเท่านี้ก็ได้เมนูยำปลาทูพร้อมเสิร์ฟเรียบร้อยแล้ว 
simple food menu

ประโยชน์ของเมนูยำปลาทู สารอาหารครบถ้วน กินแล้วไม่รู้สึกผิด

เมนู “ยำปลาทู” เป็นอีกหนึ่งอาหารรสแซ่บที่ใครกินก็ต้องถูกใจ สามารถกินแบบเป็นกับแกล้มแบบเดี่ยว ๆ หรือกินเป็นกับข้าวก็ได้ทั้งนั้น รับรองว่าใครกินเมนูนี้เข้าไปจะได้สารอาหารที่ครบถ้วนอย่างแน่นอน แต่ถ้ายังลังเลอยู่ว่าจะเมนูอาหารง่ายๆ อย่างยำที่ใช้วัตถุดิบหลักด้วยปลาดีหรือไม่ ลองมาดูประโยชน์ของเมนูนี้กันก่อนได้ เพื่อที่จะทำให้คุณตัดสินใจปรุงรสชาติแสนอร่อยทำกินเองหรือทำให้คนในบ้านกินได้ง่ายขึ้น โดยจะมีประโยชน์อย่างไรบ้างตามไปดูเลยดีกว่า 

  • เป็นเมนูที่ที่ช่วยบำรุงประสาทและสมอง

สำหรับเมนูที่ทำจากปลาทูจะมีส่วนช่วยบำรุงประสาทและสมอง เพราะมีไขมันโอเมก้า 3, โอเมก้า 6 และกรดไขมัน DHA ซึ่งจะช่วยเรื่องการจดจำ พัฒนาระบบประสาทและสมองได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีส่วนช่วยบำรุงสายตาอีกด้วย ควรจะให้กินตั้งแต่เด็กเพราะการกินปลาทูจะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กและป้องกันโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย 

  • ช่วยลดไขมันในเลือด

ประโยชน์ถัดไปของเมนูยำปลาทู คือ ช่วยลดไขมันในเลือด โดยจะลดความเสี่ยงจากโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคหัวใจ และโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับหลอดเลือด ใครที่อยากจะป้องกันความเสี่ยงของโรคเหล่านี้การกินเมนูที่ใช้วัตถุดิบหลักเป็นปลาทูในการทำออกมาเป็นเมนูต่าง ๆ จะช่วยได้ค่อนข้างเยอะเลย 

  • เมนูที่มีวัตถุดิบหลักจากปลาทูจะช่วยป้องกันโรคซึมเศร้า

“ปลาทู” เป็นเมนูที่ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้ เพราะมีไขมันโอเมก้า 3 เป็นส่วนประกอบ หากใครที่อาจจะมีความเสี่ยงของโรคซึมเศร้า ส่งผลต่อพัฒนาการทั้งด้านการอ่าน การเขียน และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่จำเป็นต่อพัฒนาการของเด็ก โดยเฉพาะโอเมก้า 3 ที่ควรจะมีอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ 

  • ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน 

ประโยชน์อย่างสุดท้ายของเมนูที่ทำจากปลาทูก็คือ การช่วยบำรุงกระดูกและฟัน เพราะเป็นเมนูที่อุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกระดูกและฟันได้ เรียกว่าเป็นเมนูปลาที่ให้สารอาหารอย่างครบเครื่อง สามารถเอาไปทำเป็นเมนูอื่น ๆ ได้อย่างหลากหลาย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากบำรุงกระดูกให้มีความแข็งแรง ป้องกันโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากกระดูก

simple food menu2

บทสรุป

จะเห็นว่าจากสูตรและวิธีทำยำปลาทูที่เรานำมาฝาก เป็นเมนูที่เพิ่มความอร่อยในแต่ละมื้อให้กับทุกคนได้อย่างแน่นอน แถมปลาทูก็เป็นปลาที่มีประโยชน์หลากหลาย ดังนั้นใครที่อยากจะทำอาหารง่ายๆ ด้วยเมนูของแซ่บที่ถูกปากคนไทย รับรองว่าปลาทูจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจแน่นอน พอเอามาทำเป็นยำก็จะได้ทั้งรสชาติเผ็ด เปรี้ยว ผสมความหวานเล็กน้อยมาอย่างลงตัว แต่ถ้าใครอยากทำเมนูอาหารอื่น ๆ อีก ก็สามารถเข้ามาดูวิธีทำผ่านเว็บไซต์ของเราได้ เรามีอีกหลายเมนูรสชาติอร่อย ๆ ให้คุณได้จดสูตรไปทำตามกันได้เลย kin-keng.com


บทความเพิ่มเติม