
ในปี 2024 นี้ เราได้รวบรวม 20 เมนูปลาแสนอร่อยและทำง่ายมาให้คุณแล้ว ไม่ว่าจะเป็นปลาทอด ปลานึ่ง ต้มยำปลา หรือแกงปลารสเด็ด เชื่อว่ามีสักเมนูที่ใช่สำหรับคุณ แถมยังเป็นเมนูปลาที่คัดสรรมาเป็นพิเศษว่าคุณสามารถทำได้เองที่บ้านอย่างไม่ยากเย็น ถึงเวลาแล้วที่คุณจะได้เปิดประสบการณ์ความอร่อยจากเมนูปลา และเสิร์ฟความสุขให้ทั้งครอบครัวได้ลิ้มลอง!
ข้อดีของการทำอาหารทานเองที่บ้าน
การทำอาหารทานเองที่บ้านนั้นมีข้อดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการได้ควบคุมวัตถุดิบที่ใช้ ทำให้มั่นใจได้ว่าอาหารที่ทานมีความสดใหม่ ปลอดสารพิษ และมีคุณค่าทางโภชนาการ นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การทำเมนูปลาเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการทำอาหารที่บ้าน เพราะปลาเป็นวัตถุดิบที่หาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง และมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย หากคุณกำลังมองหาเมนูปลาทำง่าย เรามีสูตรปลามากมายที่คุณสามารถลองทำได้ที่บ้าน
เคล็ดลับการเลือกซื้อปลาสด
ปลาถือเป็นวัตถุดิบปลาหลักในการทำอาหารหลายเมนู การเลือกซื้อปลาจึงสำคัญมาก มีเคล็ดลับง่ายๆ ในการเลือกปลา ดังนี้
- ดูตาปลา ต้องใส ไม่ขุ่นหรือบุ๋ม
- เหงือกต้องแดงสด ไม่ซีด
- ผิวและเกล็ดต้องเงาวับ ไม่หมอง
- เนื้อปลาต้องแน่น กดแล้วไม่บุ๋มหรือแตก
- ไม่มีกลิ่นคาว เหม็น หรือเน่า
- ควรเลือกปลาที่มาจากแหล่งเพาะเลี้ยงที่น่าเชื่อถือ ปลอดสารเคมี
หากคุณกำลังมองหาวิธีทำปลาที่ง่ายและรวดเร็ว ลองทำเมนูปลาทอดง่ายๆ ด้วยกระทะและน้ำมันเพียงเล็กน้อย หรือถ้าชอบอาหารรสจัดกว่านั้น การผัดปลากับเครื่องเทศก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี
การทำกับข้าวง่ายๆ ด้วยปลาไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ แต่ยังเป็นวิธีที่ดีในการเพิ่มความหลากหลายให้กับอาหารประจำวันของคุณอีกด้วย ไม่ว่าคุณจะเลือกซื้อปลาจากตลาดสดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต การทำเมนูปลาที่บ้านจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าอาหารของคุณสด อร่อยและปลอดสารอย่างแน่นอน
20 เมนูปลา น่าทำ ง่ายแค่ไหน ก็ทำได้ที่บ้าน
เมนูปลาเป็นอาหารที่มีประโยชน์ ทำง่าย และมีความหลากหลายให้เลือกทำมากมาย ไม่ว่าคุณจะมีฝีมือในการทำอาหารระดับใด ก็สามารถลงมือทำเมนูปลาได้ด้วยตัวเอง วันนี้เรามี 20 เมนูปลาแสนอร่อย น่าทำ ที่คัดสรรมาแล้วว่าใช้วัตถุดิบไม่ยุ่งยาก และสามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน
1. ปลาทอดน้ำปลา
ปลาทอดน้ำปลาเป็นเมนูง่ายๆ ที่ให้รสชาติกลมกล่อม หอมกรุ่น และเข้ากันดีกับข้าวสวยร้อนๆ เนื้อปลาที่ชุบด้วยน้ำปลาจะมีรสเค็มกำลังดี เมื่อทอดจนเหลืองกรอบแล้วจะได้กลิ่นหอมชวนน่ารับประทาน เสิร์ฟพร้อมผักสดและน้ำจิ้มรสเด็ด เมนูนี้เหมาะสำหรับมื้อง่ายๆ ที่อยากได้โปรตีนคุณภาพดีและรสชาติถูกปากคนไทย
ส่วนผสม:
- ปลา 1 กิโลกรัม (ชนิดไหนก็ได้ ยิ่งปลาชิ้นโตยิ่งดี)
- น้ำปลา 1/2 ถ้วย
- น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย
- กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกแห้ง หรือพริกชี้ฟ้าแห้ง 5-10 เม็ด
- น้ำเปล่า 1 ถ้วย
- น้ำมันสำหรับทอด
วิธีทำ:
- ล้างปลาให้สะอาด เกล็ด ขอดเกล็ด ควักไส้ แล่เป็นชิ้นพอดีคำ
- ผสมน้ำปลา น้ำตาล และน้ำเปล่า คนให้ละลายเข้ากัน
- ตั้งกระทะใส่น้ำมัน รอจนร้อน นำปลาลงทอดจนสุกเหลือง สีสวย
- ยกปลาทอดพักให้สะเด็ดน้ำมัน ตั้งกระทะใหม่
- ใส่กระเทียมลงผัด ตามด้วยน้ำปลาที่ผสมไว้
- ปรุงรสชาติให้กลมกล่อม ใส่พริกแห้ง ผัดจนเข้ากัน
- ราดน้ำปลาร้อนๆ ลงบนปลาทอด พร้อมเสิร์ฟ
2. ปลาราดพริก
ปลาราดพริกเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมด้วยรสชาติเผ็ดร้อนและความกรอบของเนื้อปลา ความกรอบของเนื้อปลาผสมผสานกับน้ำพริกรสจัดจ้านสร้างความกลมกล่อมที่น่าลิ้มลอง กลิ่นหอมของใบมะกรูดช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับเมนูนี้ เหมาะสำหรับคนชอบอาหารรสจัดและต้องการเมนูปลาที่แตกต่างจากปลาทอดธรรมดา
ส่วนผสม:
- ปลา 1 กิโลกรัม
- เครื่องแกงใต้ 150 กรัม (ตำสดหรือซื้อสำเร็จก็ได้)
- หัวกะทิ 2 ถ้วย
- ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันสำหรับทอด
วิธีทำ:
- ล้างปลา ขอดเกล็ด ควักไส้ หั่นเป็นชิ้นพอคำ เตรียมน้ำมันทอด
- นำปลาลงทอดในน้ำมันร้อนจัด จนสุกกรอบเหลือง พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
- ตั้งกระทะ ใส่หัวกะทิ เคี่ยวให้แตกมัน
- ใส่เครื่องแกงใต้ลงผัดจนหอม สุกเข้าเนื้อกัน
- ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล เคี่ยวต่อจนส่วนผสมเข้ากัน
- ใส่ใบมะกรูด ผัดให้เข้ากัน ยกลงจากเตา
- จัดปลาทอดใส่จาน ราดด้วยน้ำพริกใต้ร้อนๆ พร้อมรับประทาน
3. ต้มยำปลา
ต้มยำปลาเป็นอาหารไทยที่มีรสชาติเปรี้ยวเผ็ด หอมสมุนไพร และอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร น้ำซุปใสๆ ที่มีรสเปรี้ยวจากมะนาวและมะขามเปียก ผสมกับความเผ็ดของพริกสด ให้รสชาติที่กลมกล่อมและสดชื่น เนื้อปลานุ่มๆ ดูดซับรสชาติของน้ำซุปได้อย่างดี เมนูนี้ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและเหมาะสำหรับวันที่อากาศเย็นๆ
ส่วนผสม:
- ปลา 1-2 ตัว (ตามชอบ)
- น้ำปลา 1/4 ถ้วย
- มะนาว 2 ลูก (คั้นน้ำ)
- ข่าซอย 5 ชิ้น
- ตะไคร้ซอย 2 ต้น
- ใบมะกรูด 3 ใบ
- พริกขี้หนูแดง 4 เม็ด
- หอมแดง 4 หัว
- ผักชีฝรั่งซอย 1 ถ้วย
- ใบสะระแหน่ (ตามชอบ)
วิธีทำ:
- ล้างปลาให้สะอาด ขอดเกล็ด ผ่าตัดท้องเอาไส้ออก ล้างให้สะอาดอีกครั้ง
- ต้มน้ำให้เดือด ใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ต้มจนหอม
- ใส่ปลาลงต้ม พอปลาสุก (น้ำซุปขาวขุ่น) ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว
- ใส่หอมแดงซอยและพริกแดงซอย ปรุงรสให้กลมกล่อม
- ปิดไฟ ใส่ผักชีฝรั่งและใบสะระแหน่ คนให้เข้ากัน
- ตักใส่ชามเสิร์ฟ ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ
4. ปลานึ่งมะนาว
ปลานึ่งมะนาวเป็นเมนูปลาเพื่อสุขภาพที่ทำง่ายและรสชาติดี เนื้อปลานุ่มฉ่ำได้รสชาติเปรี้ยวอ่อนๆ จากน้ำมะนาว ผสมกับความเค็มของน้ำปลาและความเผ็ดของพริกสด ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมและสดชื่น กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวและผักชีช่วยเพิ่มความน่ารับประทานให้กับเมนูนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือต้องการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ
ส่วนผสม:
- ปลาสด 1 กิโลกรัม
- มะนาว 1 ลูก (คั้นน้ำ)
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ (ตามใจชอบ)
- ต้นหอมซอย 2 ต้น
- ผักชี
- พริกไทยป่น
วิธีทำ:
- ล้างปลาให้สะอาด ขอดเกล็ด ผ่าท้องเอาไส้ออก ผ่าหลังให้แบน นำไปนึ่งจนสุก
- ผสมน้ำมะนาว ซีอิ๊วขาว น้ำตาล คนให้ละลายเข้ากัน ชิมรสชาติให้พอดี
- จัดปลานึ่งใส่จาน ราดด้วยน้ำซอส
- โรยต้นหอมซอย ผักชีซอย และพริกไทยป่นตามใจชอบ
- เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ เพิ่มความอร่อย
5. ฉู่ฉี่ปลา
ฉู่ฉี่ปลาเป็นอาหารไทยรสจัดที่นำเอาความเผ็ดของพริกแกงและความนุ่มของกะทิมาผสมผสานกัน เนื้อปลาทอดกรอบราดด้วยน้ำแกงฉู่ฉี่รสเข้มข้น หอมมัน ให้รสชาติที่กลมกล่อมและน่าลิ้มลอง ความเผ็ดของพริกแกงผสมผสานกับความมันของกะทิสร้างรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เมนูนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบอาหารรสจัดและต้องการเมนูปลาที่แตกต่างไปจากเดิม
ส่วนผสม:
- ปลาหั่นชิ้น 500 กรัม
- เครื่องแกงฉู่ฉี่ 1 ถ้วย
- หัวกะทิ 1 ถ้วย
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
- ใบโหระพา
วิธีทำ:
- ตั้งกระทะ ใส่หัวกะทิลงผัดกับเครื่องแกง จนแตกมัน
- ใส่ปลาลงผัด จนสุกขาว
- ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล คลุกเคล้าให้เข้ากัน
- ใส่ใบโหระพาลงผัดพอเหี่ยว จากนั้นก็สามารถตักใส่จานเสิร์ฟได้เลย
6. แกงส้มปลาช่อน
แกงส้มปลาช่อนเป็นอาหารไทยที่มีรสเปรี้ยวเผ็ดเข้ากันดีกับเนื้อปลาช่อนนุ่มๆ น้ำแกงส้มรสเปรี้ยวเผ็ดจากพริกแกงและมะขามเปียกให้รสชาติที่สดชื่นและกลมกล่อม ผักหลากหลายชนิดในแกงช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหารและความหลากหลายของเนื้อสัมผัส เนื้อปลาช่อนนุ่มๆ ดูดซับรสชาติของน้ำแกงได้อย่างดี เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพและชื่นชอบรสชาติเปรี้ยวเผ็ดแบบไทยๆ
ส่วนผสม:
- ปลาช่อน 1 ตัว
- เครื่องแกงส้ม 1 ถ้วย
- หัวกะทิ 2 ถ้วย
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
- ใบมะขามอ่อน 1 ถ้วย
วิธีทำ:
- ล้างปลา หั่นเป็นท่อนพอดีคำ ตีพริกแกงจนละเอียด
- ตั้งหม้อ ใส่หัวกะทิลงต้ม พอเดือดใส่พริกแกง
- เคี่ยวจนพริกแกงสุก กลิ่นหอม ใส่ปลาช่อนลงต้ม
- พอปลาสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก จนรสชาติกลมกล่อม
- ใส่ใบมะขามอ่อน ยกลงจากเตา ตักใส่ชามเสิร์ฟ
7. ปลาทับทิมทอดกรอบ
ปลาทับทิมทอดกรอบเป็นเมนูยอดนิยมที่ทำง่ายและอร่อย เนื้อปลาทับทิมทอดจนเหลืองกรอบทั้งตัว ให้ความกรอบนอกนุ่มในที่น่าลิ้มลอง รสชาติของเนื้อปลาทับทิมที่หวานและนุ่มเป็นเอกลักษณ์ เมื่อทานคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ดและผักสดจะช่วยเพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น เมนูนี้เหมาะสำหรับทำเป็นกับข้าวมื้อใหญ่หรือจะทำเป็นอาหารว่างก็ได้
ส่วนผสม:
- ปลาทับทิม 500 กรัม
- แป้งทอด 1 ถ้วย
- น้ำปลา น้ำตาล ตามชอบ
- น้ำมันสำหรับทอด
วิธีทำ:
- ล้างปลาให้สะอาด ซับให้แห้ง คลุกเคล้ากับแป้งทอด
- ตั้งกระทะใส่น้ำมันจนร้อน นำปลาลงทอดให้เหลืองกรอบ
- ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน โรยน้ำปลา น้ำตาลตามใจชอบ
- รับประทานคู่กับน้ำจิ้มรสเผ็ด หรือน้ำยำ ตามชอบ
8. ยำปลาดุกฟู
ยำปลาดุกฟูเป็นอาหารไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยความกรอบฟูของเนื้อปลาดุกและรสชาติเผ็ดเปรี้ยวของน้ำยำ ความกรอบฟูของเนื้อปลาดุกทอดผสมผสานกับความสดชื่นของผักและผลไม้ในน้ำยำ สร้างเนื้อสัมผัสที่น่าสนใจ รสชาติเปรี้ยวเผ็ดของน้ำยำช่วยตัดความมันของปลาได้อย่างลงตัว เมนูนี้เหมาะสำหรับเป็นอาหารว่างหรือกับแกล้มในวันอากาศร้อน
ส่วนผสม:
- ปลาดุกฟู 400 กรัม
- พริกขี้หนูแดง 10 เม็ด
- หอมแดง 8 หัว
- กระเทียม 6 กลีบ
- มะนาว 2 ลูก
- ต้นหอม ผักชี ตามชอบ
- น้ำปลา น้ำตาล ตามชอบ
วิธีทำ:
- โขลกพริกขี้หนู หอมแดง กระเทียม ให้ละเอียด
- ใส่ปลาดุกฟูลงในครก ตำพอให้ส่วนผสมเข้ากัน
- ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาล ให้ได้รสชาติเปรี้ยวนำ เค็มและหวานตาม
- ใส่ต้นหอม ผักชีซอย คลุกให้เข้ากัน ตักใส่จานเสิร์ฟ
- ทานคู่กับผักสด ข้าวเหนียว หรือส้มตำ อร่อยเข้ากัน
9. แกงเขียวหวานปลา
แกงเขียวหวานปลาเป็นอาหารไทยที่มีรสชาติเข้มข้น หอมสมุนไพร และนุ่มลิ้นด้วยความมันของกะทิ น้ำแกงเขียวหวานรสเผ็ดหวานมันจากพริกแกงและกะทิ ผสมผสานกับความหอมของใบโหระพาและใบมะกรูด สร้างรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อปลานุ่มๆ ดูดซับรสชาติของน้ำแกงได้อย่างดี เมื่อทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ จะได้รสชาติที่กลมกล่อมน่าลิ้มลอง เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารไทยรสจัดและต้องการสัมผัสรสชาติแบบต้นตำรับ
ส่วนผสม:
- ปลา 500 กรัม
- เครื่องแกงเขียวหวาน 3 ช้อนโต๊ะ
- หัวกะทิ 1 ถ้วย
- มะเขือเปราะ มะเขือพวง ตามชอบ
- ใบโหระพา ใบมะกรูด ตามชอบ
- น้ำปลา น้ำตาล ตามชอบ
วิธีทำ:
- ล้างปลา หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ต้มน้ำจนเดือด
- ใส่เครื่องแกงลงผัด จนหอม กลิ่นสุก ตามด้วยหัวกะทิ
- ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ชิมให้ได้รสเค็มนำ หวาน มัน ตามชอบ
- ใส่ปลาลงต้มจนสุก ตามด้วยมะเขือพวง มะเขือเปราะ
- พอมะเขือสุก ใส่ใบโหระพา ใบมะกรูด ยกลงจากเตา
10. ปลาสามรส
ปลาสามรสเป็นเมนูที่รวมรสชาติเปรี้ยว หวาน และเผ็ดเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เนื้อปลาทอดกรอบราดด้วยซอสสามรสที่มีส่วนผสมของน้ำมะขามเปียก น้ำตาล และพริกสด ให้รสชาติที่กลมกล่อมและน่าลิ้มลอง ความกรอบของเนื้อปลาผสมผสานกับความเปรี้ยวหวานของซอสสร้างความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสจัดและต้องการสัมผัสรสชาติที่หลากหลายในจานเดียว
ส่วนผสม:
- ปลาหั่นชิ้น 500 กรัม
- พริกหยวก พริกแดง พริกเขียว อย่างละ 3 เม็ด
- หอมใหญ่ 1/2 หัว
- กระเทียม 3 กลีบ
- ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
- ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 1 ถ้วย
วิธีทำ:
- หั่นหอมใหญ่เป็นแฉก พริกเป็นเส้นยาว ผัดกับกระเทียมพอหอม
- ใส่น้ำลงในกระทะ นำซอสมะเขือเทศ ซอสปรุงรส น้ำตาล น้ำปลา คนให้เข้ากัน
- ผสมแป้งมันกับน้ำเปล่าให้ละลาย ใส่ลงไปคนจนข้น
- ปรุงรสชาติตามชอบ ใส่ปลาที่ผัดไว้แล้วลงคลุกเคล้า ยกลงจากเตา
- ตักใส่จานเสิร์ฟ โรยด้วยผักชี พร้อมทาน
11. ปลาต้มข่า
ปลาต้มข่าเป็นอาหารไทยที่มีกลิ่นหอมของสมุนไพรและรสชาติเข้มข้น น้ำซุปใสๆ ที่มีรสเปรี้ยวนวลจากข่าและตะไคร้ ผสมกับความเผ็ดของพริกสด ให้รสชาติที่กลมกล่อมและสดชื่น เนื้อปลานุ่มๆ ดูดซับรสชาติของน้ำซุปได้อย่างดี กลิ่นหอมของใบมะกรูดช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับเมนูนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสเปรี้ยวและต้องการเมนูปลาที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
ส่วนผสม:
- ปลา 1 ตัว หั่นเป็นท่อน
- ข่าหั่นแว่น 5 ชิ้น
- ตะไคร้หั่นท่อน 2 ต้น
- ใบมะกรูด 4 ใบ
- เห็ดฟาง 1 ถ้วย
- พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 3 ถ้วย
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ:
- ต้มน้ำให้เดือด ใส่ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด ต้มจนหอม
- ใส่ปลา เห็ดฟาง และพริกชี้ฟ้าแดง ลงไป ต้มต่อจนปลาสุก
- ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย จนได้ที่ ยกลงจากเตา
- ตักใส่ชามเสิร์ฟ ทานร้อนๆ ซดน้ำซุปอุ่นกาย หอมกลิ่นสมุนไพร
12. พล่าปลา
พล่าปลาเป็นอาหารพื้นบ้านภาคอีสานที่มีรสชาติเผ็ดเปรี้ยว เนื้อปลานึ่งสุกฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ คลุกเคล้ากับสมุนไพรนานาชนิด เช่น หอมแดง ต้นหอม ผักชี และพริกสด ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และข้าวคั่ว ให้รสชาติที่เผ็ดเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมของสมุนไพร เนื้อสัมผัสที่นุ่มของปลาผสมผสานกับความกรอบของผักสดสร้างความน่าสนใจ เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารอีสานและต้องการทานอาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน
ส่วนผสม:
- เนื้อปลาดิบ 200 กรัม (คั่วสุก หรือต้มก็ได้)
- พริกขี้หนูสวน 5 เม็ด
- หอมแดง 3 หัว
- กระเทียม 3 กลีบ
- น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย
- ใบมะกรูด
วิธีทำ:
- หั่นเนื้อปลาเป็นชิ้นเล็กๆ พักไว้
- โขลกพริก กระเทียม หอมแดง ให้ละเอียด
- ใส่เนื้อปลาลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน
- ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว คลุกให้ทั่ว
- โรยต้นหอมซอย ใบมะกรูดหั่นฝอย คนให้เข้ากันอีกครั้ง
- ตักใส่จาน เสิร์ฟคู่กับผักสด เครื่องเคียงตามชอบ
13. ปลาย่างเกลือ
ปลาย่างเกลือเป็นเมนูง่ายๆ ที่ให้รสชาติอร่อยและกลิ่นหอมชวนน่ารับประทาน เนื้อปลาสดหมักด้วยเกลือและสมุนไพรก่อนนำไปย่างจนสุกหอม ทำให้ได้เนื้อปลาที่นุ่มฉ่ำด้านในแต่กรอบนอกนิดๆ กลิ่นหอมของปลาย่างผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศสร้างความน่าลิ้มลอง เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดและผักสด เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารย่างและต้องการทานอาหารที่มีไขมันต่ำ
ส่วนผสม:
- ปลาตัวใหญ่ เช่น ปลาดุก ปลาช่อน ปลานิล 1 ตัว
- เกลือป่น 1 ถ้วย
- ตะไคร้ฉีก 2 ต้น
- ใบมะกรูด 5 ใบ
วิธีทำ:
- ล้างปลาให้สะอาด ควักไส้เอาเกล็ดออก ใส่เกลือป่นลงไปถูให้ทั่ว
- นำตะไคร้ ใบมะกรูดยัดใส่ในท้องปลา
- พันปลาด้วยใบตอง หรือฟอยล์ แล้วนำไปย่างบนเตาถ่าน
- ย่างไฟอ่อน กลับไปกลับมาเรื่อยๆ จนปลาสุกทั่ว หนังเหลืองกรอบ
- แกะปลาออกจากใบตองหรือฟอยล์ จัดใส่จาน พร้อมจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ด
14. ปลาช่อนลุยสวน
ปลาช่อนลุยสวนเป็นเมนูที่นำเอาความสดของผักสวนครัวมาผสมผสานกับความกรอบของเนื้อปลาช่อนทอด เนื้อปลาช่อนทอดกรอบคลุกเคล้ากับผักสดนานาชนิด เช่น ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ ใบโหระพา และพริกสด ราดด้วยน้ำยำรสเปรี้ยวเผ็ด ให้รสชาติที่สดชื่นและกลมกล่อม ความกรอบของเนื้อปลาผสมผสานกับความกรอบของผักสดสร้างเนื้อสัมผัสที่น่าสนใจ เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสจัดและต้องการทานผักควบคู่ไปกับเนื้อปลา
ส่วนผสม:
- ปลาช่อน 2 ตัว หั่นชิ้น
- พริกขี้หนู 3 เม็ด
- กระเทียม 2 กลีบ
- ถั่วฝักยาว 5 ฝัก
- มะเขือเปราะ 2 ลูก
- ข้าวโพดอ่อน 1 ฝัก
- แครอท 1 หัว
- หอมใหญ่ 1 หัว
- ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ:
- ผัดพริกขี้หนู กระเทียมกับน้ำมันให้หอม
- ใส่หอมใหญ่ลงผัด ตามด้วยปลาช่อนชิ้น ผัดจนสุก
- ใส่ผักที่เหลือลงผัด ปรุงรสด้วยซอสและน้ำตาล
- ผัดจนผักสุกกรอบ ได้ที่ ตักใส่จานเสิร์ฟ
15. แกงป่าปลา
แกงป่าปลาเป็นอาหารไทยที่มีรสชาติเผ็ดร้อนและหอมสมุนไพร น้ำแกงเข้มข้นที่ปรุงจากพริกแกงป่าและสมุนไพรนานาชนิด เช่น กระชาย ใบมะกรูด และพริกไทยอ่อน ให้รสชาติที่เผ็ดร้อนและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อปลานุ่มๆ ดูดซับรสชาติของน้ำแกงได้อย่างดี ผักป่าที่ใส่ลงไปช่วยเพิ่มรสชาติและคุณค่าทางอาหาร เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสจัดและต้องการสัมผัสรสชาติแบบดั้งเดิมของอาหารไทย
ส่วนผสม:
- ปลา 500 กรัม
- เครื่องแกงป่า 100 กรัม
- หัวกะทิ 1 ถ้วย
- น้ำใบย่านาง 1 ถ้วย
- ใบแมงลัก 1 กำมือ
- พริกชี้ฟ้าแดง 5 เม็ด
- มะเขือเปราะหั่นชิ้น 2 ลูก
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ:
- โขลกพริกแกงป่าให้ละเอียด
- ผัดพริกแกงในหม้อ ใส่หัวกะทิลงผัดจนแตกมัน
- ใส่ปลา มะเขือเปราะ ลงไป ตามด้วยน้ำใบย่านาง
- ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ ชิมรสชาติให้กลมกล่อม
- พอเดือดอีกครั้ง ใส่ใบแมงลัก พริกชี้ฟ้า ปิดไฟ ตักเสิร์ฟ
16. ปลาแดดเดียวทอด
ปลาแดดเดียวทอดเป็นเมนูพื้นบ้านที่ทำง่ายและอร่อย เนื้อปลาที่ผ่านการหมักด้วยดอกเกลือประมาณ 1 คืน จากนั้นนำมาล้างออก แล้วนำไปตากแดดต่อจนแห้งหมาดๆ เมื่อนำมาทอดจะได้เนื้อปลาที่กรอบนอกนุ่มใน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสชาติเค็มนิดๆ ที่แทรกอยู่ในเนื้อปลาช่วยเพิ่มความอร่อย เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ดและผักสด เช่น แตงกวา มะเขือเทศ
ส่วนผสม:
- ปลาแดดเดียว 300 กรัม
- แป้งทอดกรอบ
- น้ำมันสำหรับทอด
วิธีทำ:
- นำปลาแดดเดียวไปล้างน้ำให้สะอาด ซับให้แห้ง
- คลุกปลากับแป้งทอดกรอบให้ทั่ว
- ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอประมาณ พอร้อนจัดนำปลาลงทอด
- ทอดไฟปานกลางจนกรอบเหลือง ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน
- จัดเสิร์ฟร้อนๆ คู่กับน้ำจิ้มแจ่ว หรือซอสรสจัดจ้าน
17. แกงเหลืองปลา
แกงเหลืองปลาเป็นอาหารใต้ที่มีรสชาติเผ็ดเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมของสมุนไพร น้ำแกงใสๆ สีเหลืองทองจากขมิ้นและเครื่องแกง ให้รสชาติที่เผ็ดเปรี้ยวจากพริกสดและมะนาว เนื้อปลาที่นุ่มและดูดซับรสชาติของน้ำแกงได้อย่างดี ผักใบเขียวที่ใส่ลงไปช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหารและความสดชื่น เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารใต้และต้องการทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
ส่วนผสม:
- ปลา 500 กรัม
- พริกแกงเหลือง 100 กรัม
- ข่าซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- หัวกะทิ 1 ถ้วย
- มะเขือเปราะ 3 ลูก
- น้ำใบย่านาง 1/2 ถ้วย
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ:
- ตั้งหม้อ ใส่หัวกะทิลงเคี่ยวให้แตกมัน
- ใส่พริกแกงเหลือง ข่าซอย ตะไคร้ซอย ผัดจนหอม
- ใส่ปลา มะเขือเปราะลงไป ตามด้วยน้ำใบย่านาง
- ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ เคี่ยวต่อจนปลาสุก
- ยกลงจากเตา ตักใส่ชาม โรยพริกชี้ฟ้าแดง เสิร์ฟ
18. ปลาต้มบ๊วย
ปลาต้มบ๊วยเป็นอาหารจีนที่มีรสชาติกลมกล่อมและมีสรรพคุณทางยา น้ำซุปใสๆ ที่ต้มจากบ๊วยดองและเครื่องยาจีน เช่น เก๋ากี้ และโกจิเบอร์รี่ ให้รสชาติที่หวานอมเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อปลานุ่มๆ ดูดซับรสชาติของน้ำซุปได้อย่างดี ความหวานของบ๊วยช่วยลดความคาวของปลาและเพิ่มความอร่อย เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารจีนและต้องการทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
ส่วนผสม:
- ปลา 500 กรัม
- เห็ดหอม 50 กรัม
- เห็ดหูหนู 30 กรัม
- แครอท 1 หัว
- ข่าหั่นแว่น 5 ชิ้น
- ตะไคร้ทุบ 2 ต้น
- หัวหอมใหญ่ 1 หัว
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1 ช้อนชา
- พริกไทย 1/2 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 1 ลิตร
วิธีทำ:
- ตั้งหม้อ ใส่น้ำ รอจนเดือด ใส่ข่า ตะไคร้ หัวหอมลงไป
- พอน้ำเดือดอีกครั้ง ใส่ปลา ต้มจนเริ่มสุก
- ใส่เห็ดหอม เห็ดหูหนู แครอท ลงไป ต้มต่อจนสุก
- ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ พริกไทย ตามชอบ
- โรยต้นหอม ผักชีซอย ตักเสิร์ฟ ทานขณะร้อน
19. ปลายำสมุนไพร
ปลายำสมุนไพรเป็นเมนูที่รวมเอาความสดชื่นของสมุนไพรไทยมาผสมผสานกับความนุ่มของเนื้อปลา เนื้อปลานึ่งสุกฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ คลุกเคล้ากับสมุนไพรนานาชนิด เช่น ใบสะระแหน่ ใบโหระพา ตะไคร้ซอย และหอมแดง ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และพริกสด ให้รสชาติที่เผ็ดเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมของสมุนไพร ความสดของสมุนไพรช่วยเพิ่มความสดชื่นและตัดความมันของปลาได้อย่างลงตัว เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสจัดและต้องการทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
ส่วนผสม:
- เนื้อปลาสุก 200 กรัม
- มะนาว 3 ลูก
- พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชี 2 ราก
- ใบมะกรูดซอย 2 ใบ
- ข่าซอย 1/2 ถ้วย
- ตะไคร้ซอย 1/2 ถ้วย
- ใบสะระแหน่ซอย 1/4 ถ้วย
- หอมแดงซอย 1/4 ถ้วย
- กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ:
- โขลกรากผักชี ใบมะกรูด ข่า ตะไคร้ กุ้งแห้ง รวมกัน
- ใส่เนื้อปลาสุก น้ำปลา น้ำตาล น้ำมะนาว พริกป่น คลุกเคล้าให้เข้ากัน
- เติมหอมแดงและใบสะระแหน่ซอย คลุกให้ทั่วอีกครั้ง ชิมรสปรุงเพิ่มตามชอบ
- ตักใส่จาน เสิร์ฟกับผักสดและใบแมงลัก
20. ต้มโคล้งปลา
ต้มโคล้งปลาเป็นอาหารพื้นบ้านภาคเหนือที่มีรสชาติเปรี้ยวเผ็ดและหอมสมุนไพร น้ำซุปใสๆ ที่ปรุงจากมะขามสด พริกแห้ง และสมุนไพรนานาชนิด เช่น ใบมะขามอ่อน ตะไคร้ และใบมะกรูด ให้รสชาติที่เปรี้ยวนำตามด้วยความเผ็ดร้อน เนื้อปลานุ่มๆ ดูดซับรสชาติของน้ำซุปได้อย่างดี กลิ่นหอมของสมุนไพรช่วยเพิ่มความสดชื่นและความอร่อย เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารเหนือและต้องการสัมผัสรสชาติที่แปลกใหม่
ส่วนผสม:
- ปลา 500 กรัม
- ตะไคร้ 2 ต้น
- ข่า 3 แว่น
- ใบมะกรูด 5 ใบ
- พริกขี้หนูแดง 10 เม็ด
- พริกชี้ฟ้าแดง 5 เม็ด
- กระเทียมดอง 2 ช้อนโต๊ะ
- มะเขือพวงหรือมะเขือเปราะ 10 ลูก
- น้ำปลาร้า 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 3 ถ้วย
- ผักชีฝรั่ง
วิธีทำ:
- ตีพริกแดง หอมแดง กระเทียมให้ละเอียด
- ต้มน้ำพอเดือด ใส่ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด ต้มจนกลิ่นหอม
- ใส่ปลา มะเขือ พริกชี้ฟ้า ลงไป ต้มจนสุก
- ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า น้ำมะขาม คนให้เข้ากัน
- ชิมรสชาติ ปรับตามชอบ เคี่ยวต่อให้เข้าเนื้อ
- ปิดไฟ ใส่ผักชีฝรั่งหั่นท่อน ตักเสิร์ฟทันที
เคล็ดลับการทำเมนูปลาให้อร่อย
การทำเมนูปลาอร่อยๆนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่มีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยยกระดับรสชาติของอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้น ดังนี้:
- เลือกปลาสดใหม่: ปลาสดจะมีรสชาติดีกว่าและปรุงง่ายกว่า
- ทำความสะอาดปลาอย่างดี: กำจัดเมือกและกลิ่นคาวด้วยการล้างด้วยน้ำเย็นและน้ำมะนาว
- ปรุงรสให้เข้าถึงเนื้อปลา: หมักปลาก่อนปรุงเพื่อให้รสชาติซึมเข้าไปในเนื้อ
- ควบคุมไฟให้เหมาะสม: ปลามักสุกเร็ว ระวังอย่าให้ไหม้หรือแห้งเกินไป
- ใช้สมุนไพรช่วยดับกลิ่นคาว: ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด ช่วยลดกลิ่นคาวได้ดี
- เสิร์ฟทันทีหลังปรุงเสร็จ: ปลาจะอร่อยที่สุดเมื่อเสิร์ฟร้อนๆ
สำหรับผู้ที่ชอบเมนูปลากับข้าว คุณสามารถทำเมนูปลาแบบไทยง่ายๆ เช่น ปลาทอดน้ำปลา หรือปลานึ่งมะนาว ซึ่งเป็นเมนูปลาง่ายๆที่ทำได้ไม่ยาก
ประโยชน์ของการรับประทานปลา
การรับประทานปลาเป็นประจำมีประโยชน์ปลาต่อสุขภาพมากมาย ดังนี้:
- เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง: ปลามีโปรตีนที่ย่อยง่ายและมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน
- อุดมไปด้วยไขมันดี: โอเมก้า-3 ในปลาช่วยบำรุงสมองและหัวใจ
- มีวิตามินและแร่ธาตุหลากหลาย: เช่น วิตามินดี วิตามินบี12 ไอโอดีน และซีลีเนียม
- ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ: กรดไขมันในปลาช่วยลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิต
- บำรุงสายตา: สารอาหารในปลาช่วยป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม
- ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก: ปลามีไขมันต่ำและให้โปรตีนสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
สำหรับผู้ที่รักสุขภาพ เมนูปลาคลีนเป็นตัวเลือกที่ดี และสำหรับครอบครัว เมนูปลาสำหรับเด็กก็เป็นวิธีที่ดีในการแนะนำให้เด็กๆ รับประทานอาหารทะเลที่มีประโยชน์
เมนูปลาทั้ง 20 เมนูนี้ล้วนเป็นอาหารไทยที่ทำง่าย อร่อย และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เหมาะสำหรับทำเป็นอาหารมื้อหลักหรือกับแกล้มในโอกาสต่างๆ การทำอาหารเหล่านี้ที่บ้านไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังทำให้เราได้รับประทานอาหารที่สด สะอาด และมีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นโอกาสดีในการใช้เวลาร่วมกับครอบครัวอีกด้วย
ลองทำเมนูปลาเหล่านี้ที่บ้านดู! รับรองว่าคุณจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารที่มีคุณภาพ และยังได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกับครอบครัวอีกด้วย สุขภาพดีเริ่มต้นที่การเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ kin-keng.com