20 เมนูปลา สูตรเด็ด สามารถทำเองได้ง่ายๆ กินอร่อยไม่มีเบื่อ
เมนูปลา

ในปี 2024 นี้ เราได้รวบรวม 20 เมนูปลาแสนอร่อยและทำง่ายมาให้คุณแล้ว ไม่ว่าจะเป็นปลาทอด ปลานึ่ง ต้มยำปลา หรือแกงปลารสเด็ด เชื่อว่ามีสักเมนูที่ใช่สำหรับคุณ แถมยังเป็นเมนูปลาที่คัดสรรมาเป็นพิเศษว่าคุณสามารถทำได้เองที่บ้านอย่างไม่ยากเย็น ถึงเวลาแล้วที่คุณจะได้เปิดประสบการณ์ความอร่อยจากเมนูปลา และเสิร์ฟความสุขให้ทั้งครอบครัวได้ลิ้มลอง!

ข้อดีของการทำอาหารทานเองที่บ้าน

การทำอาหารทานเองที่บ้านนั้นมีข้อดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการได้ควบคุมวัตถุดิบที่ใช้ ทำให้มั่นใจได้ว่าอาหารที่ทานมีความสดใหม่ ปลอดสารพิษ และมีคุณค่าทางโภชนาการ นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การทำเมนูปลาเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการทำอาหารที่บ้าน เพราะปลาเป็นวัตถุดิบที่หาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง และมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย หากคุณกำลังมองหาเมนูปลาทำง่าย เรามีสูตรปลามากมายที่คุณสามารถลองทำได้ที่บ้าน

เคล็ดลับการเลือกซื้อปลาสด

ปลาถือเป็นวัตถุดิบปลาหลักในการทำอาหารหลายเมนู การเลือกซื้อปลาจึงสำคัญมาก มีเคล็ดลับง่ายๆ ในการเลือกปลา ดังนี้

  • ดูตาปลา ต้องใส ไม่ขุ่นหรือบุ๋ม
  • เหงือกต้องแดงสด ไม่ซีด
  • ผิวและเกล็ดต้องเงาวับ ไม่หมอง
  • เนื้อปลาต้องแน่น กดแล้วไม่บุ๋มหรือแตก
  • ไม่มีกลิ่นคาว เหม็น หรือเน่า
  • ควรเลือกปลาที่มาจากแหล่งเพาะเลี้ยงที่น่าเชื่อถือ ปลอดสารเคมี

หากคุณกำลังมองหาวิธีทำปลาที่ง่ายและรวดเร็ว ลองทำเมนูปลาทอดง่ายๆ ด้วยกระทะและน้ำมันเพียงเล็กน้อย หรือถ้าชอบอาหารรสจัดกว่านั้น การผัดปลากับเครื่องเทศก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี

การทำกับข้าวง่ายๆ ด้วยปลาไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ แต่ยังเป็นวิธีที่ดีในการเพิ่มความหลากหลายให้กับอาหารประจำวันของคุณอีกด้วย ไม่ว่าคุณจะเลือกซื้อปลาจากตลาดสดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต การทำเมนูปลาที่บ้านจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าอาหารของคุณสด อร่อยและปลอดสารอย่างแน่นอน

20 เมนูปลา น่าทำ ง่ายแค่ไหน ก็ทำได้ที่บ้าน

เมนูปลาเป็นอาหารที่มีประโยชน์ ทำง่าย และมีความหลากหลายให้เลือกทำมากมาย ไม่ว่าคุณจะมีฝีมือในการทำอาหารระดับใด ก็สามารถลงมือทำเมนูปลาได้ด้วยตัวเอง วันนี้เรามี 20 เมนูปลาแสนอร่อย น่าทำ ที่คัดสรรมาแล้วว่าใช้วัตถุดิบไม่ยุ่งยาก และสามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน

ขอขอบคุณคลิปจาก TidReview ชีวิตติดรีวิว

1. ปลาทอดน้ำปลา

ปลาทอดน้ำปลาเป็นเมนูง่ายๆ ที่ให้รสชาติกลมกล่อม หอมกรุ่น และเข้ากันดีกับข้าวสวยร้อนๆ เนื้อปลาที่ชุบด้วยน้ำปลาจะมีรสเค็มกำลังดี เมื่อทอดจนเหลืองกรอบแล้วจะได้กลิ่นหอมชวนน่ารับประทาน เสิร์ฟพร้อมผักสดและน้ำจิ้มรสเด็ด เมนูนี้เหมาะสำหรับมื้อง่ายๆ ที่อยากได้โปรตีนคุณภาพดีและรสชาติถูกปากคนไทย

ส่วนผสม:

  • ปลา 1 กิโลกรัม (ชนิดไหนก็ได้ ยิ่งปลาชิ้นโตยิ่งดี)
  • น้ำปลา 1/2 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย
  • กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกแห้ง หรือพริกชี้ฟ้าแห้ง 5-10 เม็ด
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
  • น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ:

  1. ล้างปลาให้สะอาด เกล็ด ขอดเกล็ด ควักไส้ แล่เป็นชิ้นพอดีคำ
  2. ผสมน้ำปลา น้ำตาล และน้ำเปล่า คนให้ละลายเข้ากัน
  3. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน รอจนร้อน นำปลาลงทอดจนสุกเหลือง สีสวย
  4. ยกปลาทอดพักให้สะเด็ดน้ำมัน ตั้งกระทะใหม่
  5. ใส่กระเทียมลงผัด ตามด้วยน้ำปลาที่ผสมไว้
  6. ปรุงรสชาติให้กลมกล่อม ใส่พริกแห้ง ผัดจนเข้ากัน
  7. ราดน้ำปลาร้อนๆ ลงบนปลาทอด พร้อมเสิร์ฟ
ขอขอบคุณคลิปจาก กินได้อร่อยด้วย

2. ปลาราดพริก

ปลาราดพริกเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมด้วยรสชาติเผ็ดร้อนและความกรอบของเนื้อปลา ความกรอบของเนื้อปลาผสมผสานกับน้ำพริกรสจัดจ้านสร้างความกลมกล่อมที่น่าลิ้มลอง กลิ่นหอมของใบมะกรูดช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับเมนูนี้ เหมาะสำหรับคนชอบอาหารรสจัดและต้องการเมนูปลาที่แตกต่างจากปลาทอดธรรมดา

ส่วนผสม:

  • ปลา 1 กิโลกรัม
  • เครื่องแกงใต้ 150 กรัม (ตำสดหรือซื้อสำเร็จก็ได้)
  • หัวกะทิ 2 ถ้วย
  • ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ:

  1. ล้างปลา ขอดเกล็ด ควักไส้ หั่นเป็นชิ้นพอคำ เตรียมน้ำมันทอด
  2. นำปลาลงทอดในน้ำมันร้อนจัด จนสุกกรอบเหลือง พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
  3. ตั้งกระทะ ใส่หัวกะทิ เคี่ยวให้แตกมัน
  4. ใส่เครื่องแกงใต้ลงผัดจนหอม สุกเข้าเนื้อกัน
  5. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล เคี่ยวต่อจนส่วนผสมเข้ากัน
  6. ใส่ใบมะกรูด ผัดให้เข้ากัน ยกลงจากเตา
  7. จัดปลาทอดใส่จาน ราดด้วยน้ำพริกใต้ร้อนๆ พร้อมรับประทาน
ขอขอบคุณคลิปจาก กินได้อร่อยด้วย

3. ต้มยำปลา

ต้มยำปลาเป็นอาหารไทยที่มีรสชาติเปรี้ยวเผ็ด หอมสมุนไพร และอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร น้ำซุปใสๆ ที่มีรสเปรี้ยวจากมะนาวและมะขามเปียก ผสมกับความเผ็ดของพริกสด ให้รสชาติที่กลมกล่อมและสดชื่น เนื้อปลานุ่มๆ ดูดซับรสชาติของน้ำซุปได้อย่างดี เมนูนี้ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและเหมาะสำหรับวันที่อากาศเย็นๆ

ส่วนผสม:

  • ปลา 1-2 ตัว (ตามชอบ)
  • น้ำปลา 1/4 ถ้วย
  • มะนาว 2 ลูก (คั้นน้ำ)
  • ข่าซอย 5 ชิ้น
  • ตะไคร้ซอย 2 ต้น
  • ใบมะกรูด 3 ใบ
  • พริกขี้หนูแดง 4 เม็ด
  • หอมแดง 4 หัว
  • ผักชีฝรั่งซอย 1 ถ้วย
  • ใบสะระแหน่ (ตามชอบ)

วิธีทำ:

  1. ล้างปลาให้สะอาด ขอดเกล็ด ผ่าตัดท้องเอาไส้ออก ล้างให้สะอาดอีกครั้ง
  2. ต้มน้ำให้เดือด ใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ต้มจนหอม
  3. ใส่ปลาลงต้ม พอปลาสุก (น้ำซุปขาวขุ่น) ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว
  4. ใส่หอมแดงซอยและพริกแดงซอย ปรุงรสให้กลมกล่อม
  5. ปิดไฟ ใส่ผักชีฝรั่งและใบสะระแหน่ คนให้เข้ากัน
  6. ตักใส่ชามเสิร์ฟ ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ
ขอขอบคุณคลิปจาก TidReview ชีวิตติดรีวิว

4. ปลานึ่งมะนาว

ปลานึ่งมะนาวเป็นเมนูปลาเพื่อสุขภาพที่ทำง่ายและรสชาติดี เนื้อปลานุ่มฉ่ำได้รสชาติเปรี้ยวอ่อนๆ จากน้ำมะนาว ผสมกับความเค็มของน้ำปลาและความเผ็ดของพริกสด ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมและสดชื่น กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวและผักชีช่วยเพิ่มความน่ารับประทานให้กับเมนูนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือต้องการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ

ส่วนผสม:

  • ปลาสด 1 กิโลกรัม
  • มะนาว 1 ลูก (คั้นน้ำ)
  • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ (ตามใจชอบ)
  • ต้นหอมซอย 2 ต้น
  • ผักชี
  • พริกไทยป่น

วิธีทำ:

  1. ล้างปลาให้สะอาด ขอดเกล็ด ผ่าท้องเอาไส้ออก ผ่าหลังให้แบน นำไปนึ่งจนสุก
  2. ผสมน้ำมะนาว ซีอิ๊วขาว น้ำตาล คนให้ละลายเข้ากัน ชิมรสชาติให้พอดี
  3. จัดปลานึ่งใส่จาน ราดด้วยน้ำซอส
  4. โรยต้นหอมซอย ผักชีซอย และพริกไทยป่นตามใจชอบ
  5. เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ เพิ่มความอร่อย
ขอขอบคุณคลิปจาก Madame Tuang

5. ฉู่ฉี่ปลา

ฉู่ฉี่ปลาเป็นอาหารไทยรสจัดที่นำเอาความเผ็ดของพริกแกงและความนุ่มของกะทิมาผสมผสานกัน เนื้อปลาทอดกรอบราดด้วยน้ำแกงฉู่ฉี่รสเข้มข้น หอมมัน ให้รสชาติที่กลมกล่อมและน่าลิ้มลอง ความเผ็ดของพริกแกงผสมผสานกับความมันของกะทิสร้างรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เมนูนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบอาหารรสจัดและต้องการเมนูปลาที่แตกต่างไปจากเดิม

ส่วนผสม:

  • ปลาหั่นชิ้น 500 กรัม
  • เครื่องแกงฉู่ฉี่ 1 ถ้วย
  • หัวกะทิ 1 ถ้วย
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบโหระพา

วิธีทำ:

  1. ตั้งกระทะ ใส่หัวกะทิลงผัดกับเครื่องแกง จนแตกมัน
  2. ใส่ปลาลงผัด จนสุกขาว
  3. ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  4. ใส่ใบโหระพาลงผัดพอเหี่ยว จากนั้นก็สามารถตักใส่จานเสิร์ฟได้เลย
ขอขอบคุณคลิปจาก กินได้อร่อยด้วย

6. แกงส้มปลาช่อน

แกงส้มปลาช่อนเป็นอาหารไทยที่มีรสเปรี้ยวเผ็ดเข้ากันดีกับเนื้อปลาช่อนนุ่มๆ น้ำแกงส้มรสเปรี้ยวเผ็ดจากพริกแกงและมะขามเปียกให้รสชาติที่สดชื่นและกลมกล่อม ผักหลากหลายชนิดในแกงช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหารและความหลากหลายของเนื้อสัมผัส เนื้อปลาช่อนนุ่มๆ ดูดซับรสชาติของน้ำแกงได้อย่างดี เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพและชื่นชอบรสชาติเปรี้ยวเผ็ดแบบไทยๆ

ส่วนผสม:

  • ปลาช่อน 1 ตัว
  • เครื่องแกงส้ม 1 ถ้วย
  • หัวกะทิ 2 ถ้วย
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบมะขามอ่อน 1 ถ้วย

วิธีทำ:

  1. ล้างปลา หั่นเป็นท่อนพอดีคำ ตีพริกแกงจนละเอียด
  2. ตั้งหม้อ ใส่หัวกะทิลงต้ม พอเดือดใส่พริกแกง
  3. เคี่ยวจนพริกแกงสุก กลิ่นหอม ใส่ปลาช่อนลงต้ม
  4. พอปลาสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก จนรสชาติกลมกล่อม
  5. ใส่ใบมะขามอ่อน ยกลงจากเตา ตักใส่ชามเสิร์ฟ
ขอขอบคุณคลิปจาก กินได้อร่อยด้วย

7. ปลาทับทิมทอดกรอบ

ปลาทับทิมทอดกรอบเป็นเมนูยอดนิยมที่ทำง่ายและอร่อย เนื้อปลาทับทิมทอดจนเหลืองกรอบทั้งตัว ให้ความกรอบนอกนุ่มในที่น่าลิ้มลอง รสชาติของเนื้อปลาทับทิมที่หวานและนุ่มเป็นเอกลักษณ์ เมื่อทานคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ดและผักสดจะช่วยเพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น เมนูนี้เหมาะสำหรับทำเป็นกับข้าวมื้อใหญ่หรือจะทำเป็นอาหารว่างก็ได้

ส่วนผสม:

  • ปลาทับทิม 500 กรัม
  • แป้งทอด 1 ถ้วย
  • น้ำปลา น้ำตาล ตามชอบ
  • น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ:

  1. ล้างปลาให้สะอาด ซับให้แห้ง คลุกเคล้ากับแป้งทอด
  2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันจนร้อน นำปลาลงทอดให้เหลืองกรอบ
  3. ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน โรยน้ำปลา น้ำตาลตามใจชอบ
  4. รับประทานคู่กับน้ำจิ้มรสเผ็ด หรือน้ำยำ ตามชอบ
ขอขอบคุณคลิปจาก กินได้อร่อยด้วย

8. ยำปลาดุกฟู

ยำปลาดุกฟูเป็นอาหารไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยความกรอบฟูของเนื้อปลาดุกและรสชาติเผ็ดเปรี้ยวของน้ำยำ ความกรอบฟูของเนื้อปลาดุกทอดผสมผสานกับความสดชื่นของผักและผลไม้ในน้ำยำ สร้างเนื้อสัมผัสที่น่าสนใจ รสชาติเปรี้ยวเผ็ดของน้ำยำช่วยตัดความมันของปลาได้อย่างลงตัว เมนูนี้เหมาะสำหรับเป็นอาหารว่างหรือกับแกล้มในวันอากาศร้อน

ส่วนผสม:

  • ปลาดุกฟู 400 กรัม
  • พริกขี้หนูแดง 10 เม็ด
  • หอมแดง 8 หัว
  • กระเทียม 6 กลีบ
  • มะนาว 2 ลูก
  • ต้นหอม ผักชี ตามชอบ
  • น้ำปลา น้ำตาล ตามชอบ

วิธีทำ:

  1. โขลกพริกขี้หนู หอมแดง กระเทียม ให้ละเอียด
  2. ใส่ปลาดุกฟูลงในครก ตำพอให้ส่วนผสมเข้ากัน
  3. ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาล ให้ได้รสชาติเปรี้ยวนำ เค็มและหวานตาม
  4. ใส่ต้นหอม ผักชีซอย คลุกให้เข้ากัน ตักใส่จานเสิร์ฟ
  5. ทานคู่กับผักสด ข้าวเหนียว หรือส้มตำ อร่อยเข้ากัน
ขอขอบคุณคลิปจาก กินได้อร่อยด้วย

9. แกงเขียวหวานปลา

แกงเขียวหวานปลาเป็นอาหารไทยที่มีรสชาติเข้มข้น หอมสมุนไพร และนุ่มลิ้นด้วยความมันของกะทิ น้ำแกงเขียวหวานรสเผ็ดหวานมันจากพริกแกงและกะทิ ผสมผสานกับความหอมของใบโหระพาและใบมะกรูด สร้างรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เนื้อปลานุ่มๆ ดูดซับรสชาติของน้ำแกงได้อย่างดี เมื่อทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ จะได้รสชาติที่กลมกล่อมน่าลิ้มลอง เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารไทยรสจัดและต้องการสัมผัสรสชาติแบบต้นตำรับ

ส่วนผสม:

  • ปลา 500 กรัม
  • เครื่องแกงเขียวหวาน 3 ช้อนโต๊ะ
  • หัวกะทิ 1 ถ้วย
  • มะเขือเปราะ มะเขือพวง ตามชอบ
  • ใบโหระพา ใบมะกรูด ตามชอบ
  • น้ำปลา น้ำตาล ตามชอบ

วิธีทำ:

  1. ล้างปลา หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ต้มน้ำจนเดือด
  2. ใส่เครื่องแกงลงผัด จนหอม กลิ่นสุก ตามด้วยหัวกะทิ
  3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ชิมให้ได้รสเค็มนำ หวาน มัน ตามชอบ
  4. ใส่ปลาลงต้มจนสุก ตามด้วยมะเขือพวง มะเขือเปราะ
  5. พอมะเขือสุก ใส่ใบโหระพา ใบมะกรูด ยกลงจากเตา
ขอขอบคุณคลิปจาก ครัวพิศพิไล

10. ปลาสามรส

ปลาสามรสเป็นเมนูที่รวมรสชาติเปรี้ยว หวาน และเผ็ดเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เนื้อปลาทอดกรอบราดด้วยซอสสามรสที่มีส่วนผสมของน้ำมะขามเปียก น้ำตาล และพริกสด ให้รสชาติที่กลมกล่อมและน่าลิ้มลอง ความกรอบของเนื้อปลาผสมผสานกับความเปรี้ยวหวานของซอสสร้างความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสจัดและต้องการสัมผัสรสชาติที่หลากหลายในจานเดียว

ส่วนผสม:

  • ปลาหั่นชิ้น 500 กรัม
  • พริกหยวก พริกแดง พริกเขียว อย่างละ 3 เม็ด
  • หอมใหญ่ 1/2 หัว
  • กระเทียม 3 กลีบ
  • ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย

วิธีทำ:

  1. หั่นหอมใหญ่เป็นแฉก พริกเป็นเส้นยาว ผัดกับกระเทียมพอหอม
  2. ใส่น้ำลงในกระทะ นำซอสมะเขือเทศ ซอสปรุงรส น้ำตาล น้ำปลา คนให้เข้ากัน
  3. ผสมแป้งมันกับน้ำเปล่าให้ละลาย ใส่ลงไปคนจนข้น
  4. ปรุงรสชาติตามชอบ ใส่ปลาที่ผัดไว้แล้วลงคลุกเคล้า ยกลงจากเตา
  5. ตักใส่จานเสิร์ฟ โรยด้วยผักชี พร้อมทาน
ขอขอบคุณคลิปจาก ครัวบ้านนอก คนบ้านๆ

11. ปลาต้มข่า

ปลาต้มข่าเป็นอาหารไทยที่มีกลิ่นหอมของสมุนไพรและรสชาติเข้มข้น น้ำซุปใสๆ ที่มีรสเปรี้ยวนวลจากข่าและตะไคร้ ผสมกับความเผ็ดของพริกสด ให้รสชาติที่กลมกล่อมและสดชื่น เนื้อปลานุ่มๆ ดูดซับรสชาติของน้ำซุปได้อย่างดี กลิ่นหอมของใบมะกรูดช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับเมนูนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสเปรี้ยวและต้องการเมนูปลาที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

ส่วนผสม:

  • ปลา 1 ตัว หั่นเป็นท่อน
  • ข่าหั่นแว่น 5 ชิ้น
  • ตะไคร้หั่นท่อน 2 ต้น
  • ใบมะกรูด 4 ใบ
  • เห็ดฟาง 1 ถ้วย
  • พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 3 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ:

  1. ต้มน้ำให้เดือด ใส่ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด ต้มจนหอม
  2. ใส่ปลา เห็ดฟาง และพริกชี้ฟ้าแดง ลงไป ต้มต่อจนปลาสุก
  3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย จนได้ที่ ยกลงจากเตา
  4. ตักใส่ชามเสิร์ฟ ทานร้อนๆ ซดน้ำซุปอุ่นกาย หอมกลิ่นสมุนไพร
ขอขอบคุณคลิปจาก แม่บ้านจานโปรด

12. พล่าปลา

พล่าปลาเป็นอาหารพื้นบ้านภาคอีสานที่มีรสชาติเผ็ดเปรี้ยว เนื้อปลานึ่งสุกฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ คลุกเคล้ากับสมุนไพรนานาชนิด เช่น หอมแดง ต้นหอม ผักชี และพริกสด ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และข้าวคั่ว ให้รสชาติที่เผ็ดเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมของสมุนไพร เนื้อสัมผัสที่นุ่มของปลาผสมผสานกับความกรอบของผักสดสร้างความน่าสนใจ เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารอีสานและต้องการทานอาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน

ส่วนผสม:

  • เนื้อปลาดิบ 200 กรัม (คั่วสุก หรือต้มก็ได้)
  • พริกขี้หนูสวน 5 เม็ด
  • หอมแดง 3 หัว
  • กระเทียม 3 กลีบ
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอมซอย
  • ใบมะกรูด

วิธีทำ:

  1. หั่นเนื้อปลาเป็นชิ้นเล็กๆ พักไว้
  2. โขลกพริก กระเทียม หอมแดง ให้ละเอียด
  3. ใส่เนื้อปลาลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  4. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว คลุกให้ทั่ว
  5. โรยต้นหอมซอย ใบมะกรูดหั่นฝอย คนให้เข้ากันอีกครั้ง
  6. ตักใส่จาน เสิร์ฟคู่กับผักสด เครื่องเคียงตามชอบ
ขอขอบคุณคลิปจาก ครัว กัณฐมณี Channel

13. ปลาย่างเกลือ

ปลาย่างเกลือเป็นเมนูง่ายๆ ที่ให้รสชาติอร่อยและกลิ่นหอมชวนน่ารับประทาน เนื้อปลาสดหมักด้วยเกลือและสมุนไพรก่อนนำไปย่างจนสุกหอม ทำให้ได้เนื้อปลาที่นุ่มฉ่ำด้านในแต่กรอบนอกนิดๆ กลิ่นหอมของปลาย่างผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศสร้างความน่าลิ้มลอง เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดและผักสด เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารย่างและต้องการทานอาหารที่มีไขมันต่ำ

ส่วนผสม:

  • ปลาตัวใหญ่ เช่น ปลาดุก ปลาช่อน ปลานิล 1 ตัว
  • เกลือป่น 1 ถ้วย
  • ตะไคร้ฉีก 2 ต้น
  • ใบมะกรูด 5 ใบ

วิธีทำ:

  1. ล้างปลาให้สะอาด ควักไส้เอาเกล็ดออก ใส่เกลือป่นลงไปถูให้ทั่ว
  2. นำตะไคร้ ใบมะกรูดยัดใส่ในท้องปลา
  3. พันปลาด้วยใบตอง หรือฟอยล์ แล้วนำไปย่างบนเตาถ่าน
  4. ย่างไฟอ่อน กลับไปกลับมาเรื่อยๆ จนปลาสุกทั่ว หนังเหลืองกรอบ
  5. แกะปลาออกจากใบตองหรือฟอยล์ จัดใส่จาน พร้อมจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ด
ขอขอบคุณคลิปจาก กินได้อร่อยด้วย

14. ปลาช่อนลุยสวน

ปลาช่อนลุยสวนเป็นเมนูที่นำเอาความสดของผักสวนครัวมาผสมผสานกับความกรอบของเนื้อปลาช่อนทอด เนื้อปลาช่อนทอดกรอบคลุกเคล้ากับผักสดนานาชนิด เช่น ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ ใบโหระพา และพริกสด ราดด้วยน้ำยำรสเปรี้ยวเผ็ด ให้รสชาติที่สดชื่นและกลมกล่อม ความกรอบของเนื้อปลาผสมผสานกับความกรอบของผักสดสร้างเนื้อสัมผัสที่น่าสนใจ เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสจัดและต้องการทานผักควบคู่ไปกับเนื้อปลา

ส่วนผสม:

  • ปลาช่อน 2 ตัว หั่นชิ้น
  • พริกขี้หนู 3 เม็ด
  • กระเทียม 2 กลีบ
  • ถั่วฝักยาว 5 ฝัก
  • มะเขือเปราะ 2 ลูก
  • ข้าวโพดอ่อน 1 ฝัก
  • แครอท 1 หัว
  • หอมใหญ่ 1 หัว
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ:

  1. ผัดพริกขี้หนู กระเทียมกับน้ำมันให้หอม
  2. ใส่หอมใหญ่ลงผัด ตามด้วยปลาช่อนชิ้น ผัดจนสุก
  3. ใส่ผักที่เหลือลงผัด ปรุงรสด้วยซอสและน้ำตาล
  4. ผัดจนผักสุกกรอบ ได้ที่ ตักใส่จานเสิร์ฟ
ขอขอบคุณคลิปจาก DenverThaiTV

15. แกงป่าปลา

แกงป่าปลาเป็นอาหารไทยที่มีรสชาติเผ็ดร้อนและหอมสมุนไพร น้ำแกงเข้มข้นที่ปรุงจากพริกแกงป่าและสมุนไพรนานาชนิด เช่น กระชาย ใบมะกรูด และพริกไทยอ่อน ให้รสชาติที่เผ็ดร้อนและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อปลานุ่มๆ ดูดซับรสชาติของน้ำแกงได้อย่างดี ผักป่าที่ใส่ลงไปช่วยเพิ่มรสชาติและคุณค่าทางอาหาร เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสจัดและต้องการสัมผัสรสชาติแบบดั้งเดิมของอาหารไทย

ส่วนผสม:

  • ปลา 500 กรัม
  • เครื่องแกงป่า 100 กรัม
  • หัวกะทิ 1 ถ้วย
  • น้ำใบย่านาง 1 ถ้วย
  • ใบแมงลัก 1 กำมือ
  • พริกชี้ฟ้าแดง 5 เม็ด
  • มะเขือเปราะหั่นชิ้น 2 ลูก
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ:

  1. โขลกพริกแกงป่าให้ละเอียด
  2. ผัดพริกแกงในหม้อ ใส่หัวกะทิลงผัดจนแตกมัน
  3. ใส่ปลา มะเขือเปราะ ลงไป ตามด้วยน้ำใบย่านาง
  4. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ ชิมรสชาติให้กลมกล่อม
  5. พอเดือดอีกครั้ง ใส่ใบแมงลัก พริกชี้ฟ้า ปิดไฟ ตักเสิร์ฟ
ขอขอบคุณคลิปจาก บ้านน้ํายํา สร้างอาชีพ

16. ปลาแดดเดียวทอด

ปลาแดดเดียวทอดเป็นเมนูพื้นบ้านที่ทำง่ายและอร่อย เนื้อปลาที่ผ่านการหมักด้วยดอกเกลือประมาณ 1 คืน จากนั้นนำมาล้างออก แล้วนำไปตากแดดต่อจนแห้งหมาดๆ เมื่อนำมาทอดจะได้เนื้อปลาที่กรอบนอกนุ่มใน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสชาติเค็มนิดๆ ที่แทรกอยู่ในเนื้อปลาช่วยเพิ่มความอร่อย เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ดและผักสด เช่น แตงกวา มะเขือเทศ

ส่วนผสม:

  • ปลาแดดเดียว 300 กรัม
  • แป้งทอดกรอบ
  • น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ:

  1. นำปลาแดดเดียวไปล้างน้ำให้สะอาด ซับให้แห้ง
  2. คลุกปลากับแป้งทอดกรอบให้ทั่ว
  3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอประมาณ พอร้อนจัดนำปลาลงทอด
  4. ทอดไฟปานกลางจนกรอบเหลือง ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน
  5. จัดเสิร์ฟร้อนๆ คู่กับน้ำจิ้มแจ่ว หรือซอสรสจัดจ้าน
ขอขอบคุณคลิปจาก ครัวชั้นสูง – High Zone Kitchen

17. แกงเหลืองปลา

แกงเหลืองปลาเป็นอาหารใต้ที่มีรสชาติเผ็ดเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมของสมุนไพร น้ำแกงใสๆ สีเหลืองทองจากขมิ้นและเครื่องแกง ให้รสชาติที่เผ็ดเปรี้ยวจากพริกสดและมะนาว เนื้อปลาที่นุ่มและดูดซับรสชาติของน้ำแกงได้อย่างดี ผักใบเขียวที่ใส่ลงไปช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหารและความสดชื่น เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารใต้และต้องการทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

ส่วนผสม:

  • ปลา 500 กรัม
  • พริกแกงเหลือง 100 กรัม
  • ข่าซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • หัวกะทิ 1 ถ้วย
  • มะเขือเปราะ 3 ลูก
  • น้ำใบย่านาง 1/2 ถ้วย
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ:

  1. ตั้งหม้อ ใส่หัวกะทิลงเคี่ยวให้แตกมัน
  2. ใส่พริกแกงเหลือง ข่าซอย ตะไคร้ซอย ผัดจนหอม
  3. ใส่ปลา มะเขือเปราะลงไป ตามด้วยน้ำใบย่านาง
  4. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ เคี่ยวต่อจนปลาสุก
  5. ยกลงจากเตา ตักใส่ชาม โรยพริกชี้ฟ้าแดง เสิร์ฟ
ขอขอบคุณคลิปจาก FoodTravelTVChannel

18. ปลาต้มบ๊วย

ปลาต้มบ๊วยเป็นอาหารจีนที่มีรสชาติกลมกล่อมและมีสรรพคุณทางยา น้ำซุปใสๆ ที่ต้มจากบ๊วยดองและเครื่องยาจีน เช่น เก๋ากี้ และโกจิเบอร์รี่ ให้รสชาติที่หวานอมเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อปลานุ่มๆ ดูดซับรสชาติของน้ำซุปได้อย่างดี ความหวานของบ๊วยช่วยลดความคาวของปลาและเพิ่มความอร่อย เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารจีนและต้องการทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

ส่วนผสม:

  • ปลา 500 กรัม
  • เห็ดหอม 50 กรัม
  • เห็ดหูหนู 30 กรัม
  • แครอท 1 หัว
  • ข่าหั่นแว่น 5 ชิ้น
  • ตะไคร้ทุบ 2 ต้น
  • หัวหอมใหญ่ 1 หัว
  • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • พริกไทย 1/2 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 1 ลิตร

วิธีทำ:

  1. ตั้งหม้อ ใส่น้ำ รอจนเดือด ใส่ข่า ตะไคร้ หัวหอมลงไป
  2. พอน้ำเดือดอีกครั้ง ใส่ปลา ต้มจนเริ่มสุก
  3. ใส่เห็ดหอม เห็ดหูหนู แครอท ลงไป ต้มต่อจนสุก
  4. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ พริกไทย ตามชอบ
  5. โรยต้นหอม ผักชีซอย ตักเสิร์ฟ ทานขณะร้อน
ขอขอบคุณคลิปจาก กินได้อร่อยด้วย

19. ปลายำสมุนไพร

ปลายำสมุนไพรเป็นเมนูที่รวมเอาความสดชื่นของสมุนไพรไทยมาผสมผสานกับความนุ่มของเนื้อปลา เนื้อปลานึ่งสุกฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ คลุกเคล้ากับสมุนไพรนานาชนิด เช่น ใบสะระแหน่ ใบโหระพา ตะไคร้ซอย และหอมแดง ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และพริกสด ให้รสชาติที่เผ็ดเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมของสมุนไพร ความสดของสมุนไพรช่วยเพิ่มความสดชื่นและตัดความมันของปลาได้อย่างลงตัว เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสจัดและต้องการทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

ส่วนผสม:

  • เนื้อปลาสุก 200 กรัม
  • มะนาว 3 ลูก
  • พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
  • รากผักชี 2 ราก
  • ใบมะกรูดซอย 2 ใบ
  • ข่าซอย 1/2 ถ้วย
  • ตะไคร้ซอย 1/2 ถ้วย
  • ใบสะระแหน่ซอย 1/4 ถ้วย
  • หอมแดงซอย 1/4 ถ้วย
  • กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ:

  1. โขลกรากผักชี ใบมะกรูด ข่า ตะไคร้ กุ้งแห้ง รวมกัน
  2. ใส่เนื้อปลาสุก น้ำปลา น้ำตาล น้ำมะนาว พริกป่น คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  3. เติมหอมแดงและใบสะระแหน่ซอย คลุกให้ทั่วอีกครั้ง ชิมรสปรุงเพิ่มตามชอบ
  4. ตักใส่จาน เสิร์ฟกับผักสดและใบแมงลัก
ขอขอบคุณคลิปจาก ทําง่ายให้อร่อย

20. ต้มโคล้งปลา

ต้มโคล้งปลาเป็นอาหารพื้นบ้านภาคเหนือที่มีรสชาติเปรี้ยวเผ็ดและหอมสมุนไพร น้ำซุปใสๆ ที่ปรุงจากมะขามสด พริกแห้ง และสมุนไพรนานาชนิด เช่น ใบมะขามอ่อน ตะไคร้ และใบมะกรูด ให้รสชาติที่เปรี้ยวนำตามด้วยความเผ็ดร้อน เนื้อปลานุ่มๆ ดูดซับรสชาติของน้ำซุปได้อย่างดี กลิ่นหอมของสมุนไพรช่วยเพิ่มความสดชื่นและความอร่อย เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารเหนือและต้องการสัมผัสรสชาติที่แปลกใหม่

ส่วนผสม:

  • ปลา 500 กรัม
  • ตะไคร้ 2 ต้น
  • ข่า 3 แว่น
  • ใบมะกรูด 5 ใบ
  • พริกขี้หนูแดง 10 เม็ด
  • พริกชี้ฟ้าแดง 5 เม็ด
  • กระเทียมดอง 2 ช้อนโต๊ะ
  • มะเขือพวงหรือมะเขือเปราะ 10 ลูก
  • น้ำปลาร้า 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 3 ถ้วย
  • ผักชีฝรั่ง

วิธีทำ:

  1. ตีพริกแดง หอมแดง กระเทียมให้ละเอียด
  2. ต้มน้ำพอเดือด ใส่ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด ต้มจนกลิ่นหอม
  3. ใส่ปลา มะเขือ พริกชี้ฟ้า ลงไป ต้มจนสุก
  4. ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า น้ำมะขาม คนให้เข้ากัน
  5. ชิมรสชาติ ปรับตามชอบ เคี่ยวต่อให้เข้าเนื้อ
  6. ปิดไฟ ใส่ผักชีฝรั่งหั่นท่อน ตักเสิร์ฟทันที

เคล็ดลับการทำเมนูปลาให้อร่อย

การทำเมนูปลาอร่อยๆนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่มีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยยกระดับรสชาติของอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้น ดังนี้:

  1. เลือกปลาสดใหม่: ปลาสดจะมีรสชาติดีกว่าและปรุงง่ายกว่า
  2. ทำความสะอาดปลาอย่างดี: กำจัดเมือกและกลิ่นคาวด้วยการล้างด้วยน้ำเย็นและน้ำมะนาว
  3. ปรุงรสให้เข้าถึงเนื้อปลา: หมักปลาก่อนปรุงเพื่อให้รสชาติซึมเข้าไปในเนื้อ
  4. ควบคุมไฟให้เหมาะสม: ปลามักสุกเร็ว ระวังอย่าให้ไหม้หรือแห้งเกินไป
  5. ใช้สมุนไพรช่วยดับกลิ่นคาว: ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด ช่วยลดกลิ่นคาวได้ดี
  6. เสิร์ฟทันทีหลังปรุงเสร็จ: ปลาจะอร่อยที่สุดเมื่อเสิร์ฟร้อนๆ

สำหรับผู้ที่ชอบเมนูปลากับข้าว คุณสามารถทำเมนูปลาแบบไทยง่ายๆ เช่น ปลาทอดน้ำปลา หรือปลานึ่งมะนาว ซึ่งเป็นเมนูปลาง่ายๆที่ทำได้ไม่ยาก

ประโยชน์ของการรับประทานปลา

การรับประทานปลาเป็นประจำมีประโยชน์ปลาต่อสุขภาพมากมาย ดังนี้:

  1. เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง: ปลามีโปรตีนที่ย่อยง่ายและมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน
  2. อุดมไปด้วยไขมันดี: โอเมก้า-3 ในปลาช่วยบำรุงสมองและหัวใจ
  3. มีวิตามินและแร่ธาตุหลากหลาย: เช่น วิตามินดี วิตามินบี12 ไอโอดีน และซีลีเนียม
  4. ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ: กรดไขมันในปลาช่วยลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิต
  5. บำรุงสายตา: สารอาหารในปลาช่วยป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม
  6. ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก: ปลามีไขมันต่ำและให้โปรตีนสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

สำหรับผู้ที่รักสุขภาพ เมนูปลาคลีนเป็นตัวเลือกที่ดี และสำหรับครอบครัว เมนูปลาสำหรับเด็กก็เป็นวิธีที่ดีในการแนะนำให้เด็กๆ รับประทานอาหารทะเลที่มีประโยชน์

เมนูปลาทั้ง 20 เมนูนี้ล้วนเป็นอาหารไทยที่ทำง่าย อร่อย และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เหมาะสำหรับทำเป็นอาหารมื้อหลักหรือกับแกล้มในโอกาสต่างๆ การทำอาหารเหล่านี้ที่บ้านไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังทำให้เราได้รับประทานอาหารที่สด สะอาด และมีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นโอกาสดีในการใช้เวลาร่วมกับครอบครัวอีกด้วย

ลองทำเมนูปลาเหล่านี้ที่บ้านดู! รับรองว่าคุณจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารที่มีคุณภาพ และยังได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกับครอบครัวอีกด้วย สุขภาพดีเริ่มต้นที่การเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ kin-keng.com

20 เมนูกุ้ง น่ากิน ทำได้ง่ายๆ เอาใจคนชอบทานกุ้ง